คำถาม
อาจารย์ครับผมได้อ่านเจอบทความโหราศาสตร์ต่างประเทศ พบคำว่า ตรุวังกะ ไม่ทราบว่าหมายถึงอะไร อยากให้ช่วยอธิบายให้ทราบได้ไหมครับ
มีสมาชิกท่านหนึ่งได้มีเมล์มาถามเป็นการส่วนตัว แต่ผมขอตอบและอธิบาย ในหน้าเวบแทนก็แล้วกัน เผื่อคนอื่นจะได้อ่านด้วยเป็นการเข้าใจไปพร้อมๆกัน ขี้เกียจตอบหลายรอบเผื่อจะมีผู้ถามเรื่องนี้ซ้ำอีก
ตรุวังกะคือตัวเลขสำเร็จของค่าค่าคงตัวเวลาของความแตกต่างระหว่างปีสุริยคติ กับปีดาราศาสตร์ นับเป็น วัน ชั่วโมง นาที และวินาที
อ่านแล้วอาจงงนะครับ ก็จะขออธิบายอย่างนี้ ก่อนอื่นเราต้องทำความเข้าใจในเรื่องของเวลาก่อน ซึ่งในกรณีนี้ก็คือ ปี นั่นเอง ด้งที่เราทราบกันดีอยู่ว่า เรากำหนดมาตราฐานเวลาให้ระยะเวลา ๑ ปี นั้นมี ๓๖๕ วัน ในปีปรกติ และมี ๓๖๕ วันในปีอธิกสุรทิน อันเป็นที่เข้าใจกันอยู่ นี่คือปีสุริยคติที่เรากล่าวถึงและใช้กันอยู่เป็นมาตราในการนับวันเดือนปี ทีนี้เนื่องจากการกำหนดปีนั้นเรากำหนดหมายจากการที่โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ครบ ๑ รอบ เรียกว่า ๑รอบปี หมายถึงกลับมาอยู่ที่เดิมนั่นเอง สมัยโบราณนั้นใช้วิธีการนับวันโดยใช้จุดสังเกตุจากดวงอาทิตย์ว่าอยู่ตำแหน่งใดแล้วนับจำนวนวันจนกระทั่งดวงอาทิตย์กลับมาอยู่ที่จุดสังเกตุเดิม ซึ่งก็นับได้ ๓๖๕ วัน โดยใช้จุดเริ่มต้นราศีเมษเป็นจุดเริ่มต้น นี่คือจำนวนวันเต็มคือตัวเลขกลมๆ ในความเป็นจริงนั้นการที่จุดสังเกตุหรือในกรณีนี้คือดวงอาทิตย์กลับมาอยู่ที่เดิมนั้นมิได้เป็นเวลา๓๖๕วันชนิดที่เป็นตัวเลขกลมๆตามมาตราเวลาที่เรากำหนดไว้และนับได้ หากแต่ยังมี เศษชั่วโมง นาที และวินาที รวมถึงเศษทศนียมอีกหลายหลัก เช่นปีนี้กลับมาครบรอบจริงแบบสมบูรณ์เมื่อเวลา ๑๐ โมงเช้า ครั้นปีต่อไปกลับมาครบรอบเมื่อเวลาบ่าย ๒ โมงเศษ และก็จะเหลื่อมกันมากขึ้นเรื่อยๆ แต่โบราณนับเป็นตัวเลขกลมๆครับ คือนับจำนวนวันเท่านั้น หมายถึงนับแต่จำนวนวัน ทีนี้ไอ้เจ้าเศษของวันนี่แหละมันจะทบกันไปเรื่อยๆ ครั้นพอครบ ๔ปีมันก็จะทบกันเป็นหนึ่งวัน ทำให้การนับจำนวนวันเหลื่อมกันไปหนึ่งวัน หมายความว่าการนับจำนวนวันในป๊นั้นจะกลายเป็น ๓๖๖ รอบ ซึ่งก็คือปีอธิกสุรทินนั่นเอง ดังนั้นโบราณจึงได้กำหนดให้ทุก ๔ ปี ให้มีการเพิ่มจำนวนวันในปีเข้าไปอีก ๑ วัน เพื่อชดเชยมิให้การนับปี ผิดไปจากความเป็นจริงมากนัก โดยกำหนดให้เพิ่มวันในเดือนกุมภาพันธ์ และเรียกปีในลักษณะนี้ว่า ปีอธิกสุรทิน และเรียกปีที่ไม่ได้เพิ่มวันว่า ปีปรกติสุรทิน
ทีนี้ไอ้เจ้าค่าแตกต่างของเวลาในแต่ละปีนี่แหละมันมีค่าค่อนข้างคงที่ เราจึงนำมาใช้ประโยชน์ในการหาว่าเวลาใดที่จุดสังเกตุนั้นกลับมาอยู่ที่เดิมนั่นเอง ซึ่งค่าคงที่ที่เราทราบอย่างละเอียดที่สุดในปัจจุบันนี้คือ ระยะเวลา ๑ ปีที่แท้จริง ( ๓๖๕.๒๕๖๔ วัน) -เวลา ๑ ปีมาตราฐาน (๓๖๕ วัน ) = ๐ . ๒๕๖๔ วันนั่นเอง
ดังนั้นหลังจากที่เราทราบค่าเวลาคงตัวแล้วเรา จึงสามารถหาเวลาที่จุดสังเกตุกลับมาอยู่ที่เดิมได้โดยการนำค่าคงตัวที่แตกต่างกันนี้ไปบวกกับจำนวนวันของปีก็จะเป็นวันเวลาที่จุดสังเกตุกลับมาที่เดิม ในทางทฤษฎีแล้วจะเห็นว่าไม่มีอะไรยุ่งยากในการหาเวลาที่จุดสังเกตุกลับมาที่เดิม
แต่ในโลกแห่งความจริงมันไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะหากเวลาผ่านไปมากๆเช่น ๒๐ ปี การที่จะหาว่าจุดสังเกตุจะมาตรงกับจุดเดิมใน ๒๐ ปีข้างหน้านั้นตรงกับเวลาใด วันที่ เท่าไร เดือนไหน ท่านต้องคำณวนว่าจำนวนวันที่มันเหลื่อมลักันอยู่นั้นเป็นเวลากี่วันกี่ชั่วโมง แล้วจึงนำไปบวกกับวันที่เดิม ฟังดูไม่ยาก
ครับ หากท่านนำจำนวนวันไปบวกกับวันที่แล้วทอนผลลัพท์ให้เป็นวันที่ถูกต้อง บอกได้เลยว่าผิดครับ
เหตุผลคือ ไอ้เจ้าวันที่ที่เราใช้กันอยู่นั้นมันมีบางปีที่เป็นอธิกสุรทินรวมอยู่ด้วยดังที่กล่าวมาข้างต้น หากท่านไม่ได้ทดหรือคำนึงถึงวันที่เหล่านี้ก็จะไม่ตรงวันเวลาปฏิทินที่ตรงกับความเป็นจริง หมายความว่าจำนวนวันนั้นที่เราเพิ่มเข้าไปนั้นถูกต้อง แต่วันที่ เดือนปี นั้นผิดครับ
ดังนั้นจึงมีการเปลี่ยนแปลงค่าเหล่านี้โดยการเทียบกับวันในสัปดาห์แทนเนื่องจากวันในสัปดาห์นั้นเป็นเรี่องตายตัว หรือว่าใครจะเถียง วันในสัปดาห์นั้นไม่มีการลด หรือเพิ่มใดๆ (หรือใครเคยเห็นวันอาทิตย์สองหนบ้างละ อิ ..อิ..) แล้วบวกวันไปตามจำนวนล้วคำตอบก็คือวันที่ถูกต้องครับ คราวหน้าจะมีตัวอย่างให้เห็นชัดๆทั้งสองกรณีครับ เพื่อให้มีความสะดวกในการใช้งาน จึงมีการปรับเปลี่ยนตัวเลขและวิธีคิด เขาทำหันแบบนี้ครับ เปลี่ยนจากตัวเลข ๓๖๕ วันมาเป็นสัปดาห์และวันในรอบสัปดาห์แทนคือ ๓๖๕.๒๕๖๔/๗ = ๕๒ สัปดาห์ กับ ๑.๒๕๖๔ วัน ไอ้เจ้าเศษนี่แหละคือค่าที่แตกต่างไปจากวันในสัปดาห์ที่เราหมายไว้จากจุดสังเกตุครับ หรือค่าตรุวังกะที่คุณถามมานั่นเอง
อาจจะงงว่าแล้วมันเอามาใช้ประโยชน์อะไรได้บ้างละในทางโหราศาสตร์ ขอตอบว่าใช้ได้เยอะแยะตาแป๊ะเลย ยกตัวอย่างง่ายๆ เราใช้ค่าตรุวังกะนี้มาใช้ในการการหาเวลาทินวรรษของดวงชะตา คงสงสัยกันละสิว่าไอ้เจ้าดวงทินวรรษนี่มันคืออะไร ใช้ยังไง
ดวงทินวรรษคือดวงชะตาที่ตำณวนขึ้น ณ. ขณะที่อาทิตย์จรปัจจุบันโคจรมามีค่าองศาเท่ากันกับค่าองศาของอาทิตย์กำเนิดในรอบปีนั่นเอง นำมาใช้ประโยชน์ในการพยากรณ์ดวงชะตาจรของปีนั่นเอง คราวหน้าผมจะยกตัวอย่างการหาเวลาทินวรรษให้ดูสักตัวอย่างหนึ่งครับ พร้อมกับนำตารางสำเร็จของตรุวังกะมาให้ใช้งานกันนะครับ
ก่อนจากขอทำความเข้าใจกันสักนิดครับว่าการอธิบายของผมนั้น ใช้ความเข้าใจจากการเรียนรู้ของผม อุปมาอุปมัยให้เกิดความเข้าใจ และรู้ที่มาที่ไปในเหตุผล และวิธีคิดนะครับ ไม่ได้ลอกหนังสือมาตอบนะครับ ดังนั้นสิ่งที่ผมไม่รู้ก็คงจนด้วยเกล้าที่จะตอบครับ อ่านแล้วงงตรงไหนให้ถามมา แต่ขอให้ตรงประเด็นนะครับ ที่สำคัญคือเมื่อกล่าวถึงหัวข้อหนึ่ง มันก็มักจะไปเกี่ยวพันกับเรื่องอื่นๆ คือมีประเด็นเพิ่มขึ้นมาด้วย จึงต้องนำมากล่าวถึงเพื่อขจัดความสงสัยไปด้วยในคราวเดียวกันโดยสังเขป จึงทำให้คำตอบที่น่าจะสั้นกลับกลายเป็นยาวยืดไป
ส่วนเกี่ยวเนื่อง
ตารางค่าคงตัวตรุวังกะ , ดวงทินวรรษ ,การหาเวลาทินวรรษ
