ผู้เยี่ยมชม

ขณะนี้: 2
วันนี้: 39
สัปดาห์นี้: 39
ทั้งหมด: 87347
Krujiab.com ( ครูเจี้ยบดอทคอม )
ติวเข้ม คณิตศาสตร์ อังกฤษ โดยวิธีธรรมชาติ รับรองผล ด้ยวิธีการสอนแนวใหม่

Google+

ตัวอย่างการสอน - โหราศาสตร์ภารตะ from horaparata.com on Vimeo.

ตัวอย่างการสอน - โหราศาสตร์ภารตะ from Vilert Chew on Vimeo.

โหราศาสตร์ภารตะ 25

ปัญจมหาบุรุษโยค (2)

โดย เสรษฐวิทย์ ชีรวินิจ

บทความตอนที่แล้ว ผมได้พูดถึง ปัญจมหาบุรุษโยค คือโยคที่เกิดขึ้นจากดาว 5 ดวงคือ ดาวอังคาร(๓) ดาวพุธ(๔) ดาวพฤหัส(๕) ดาวศุกร์(๖) และ ดาวเสาร์(๗) จนกระทั่งมาจบที่ “หังสโยค” หรือ โยคที่เกิดจากดาวพฤหัส(๕)
ในตอนนี้ ผมขอต่อเรื่องโยคที่เกิดจากดาวพฤหัส(๕)อีกโยคหนึ่ง เพียงแต่ต้องมีดาวดวงอื่นผสมเข้าไปด้วย เรียกว่า

คชเกสรีโยค(GAJKESARI YOGA) โยคที่เกิดจากดาวพฤหัส(๕) และ จันทร์(๒)

ตำราท่านว่าไว้ ผู้ที่จะได้ “คชเกสรีโยค” จะต้องมีดาวพฤหัส(๕) เป็นเกณฑ์กับ ดาวจันทร์(๒) โดยไม่จำเป็นต้องมีความเข้มแข็ง เช่น เป็นอุจจ์ หรือ เป็นเกษตร แต่หากเป็นอุจจ์ หรือ เป็นเกษตรด้วย ก็จะยิ่งดี
และดาวพฤหัส(๕) กับ ดาวจันทร์(๒) ก็ไม่จำเป็นต้องสถิตเป็นเกณฑ์ 1-4-7-10 กับลัคนาด้วย แต่ถ้าสถิต เป็นเกณฑ์กับลัคนาก็จะยิ่งดีขึ้น ยกตัวอย่างเช่น

25-01

เช่น พฤหัส(๕) กุมกับ จันทร์(๒) และลัคน์ จะทำให้ได้ คชเกสรีโยคที่เข้มแข็ง หรือ

25-02

เช่น พฤหัส(๕) สถิตราศีมีน หากมีจันทร์(๒)สถิตราศีใดราศีหนึ่ง คือ ราศีเมถุน , ราศีกันย์ หรือ ราศีธนู ก็จะได้ คชเกสรีโยค โดยไม่ต้องสนใจว่า ลัคนาสถิตราศีใด
ดวงชะตาที่ได้ “คชเกสรีโยค” แล้ว จะส่งผลอย่างไรต่อเจ้าชะตา
ตำราท่านว่าไว้ ผู้ใดได้ “คชเกสรีโยค” จะเป็นผู้ที่มีเมตตากรุณา สุภาพอ่อนโยน มีชีวิตที่ดี มีการศึกษาสูง เป็นคนฉลาดเฉลียว มีจิตใจที่เป็นสุข เป็นผู้มีคุณธรรมน่ายกย่อง และมีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าที่จะเอาชนะอุปสรรคต่างๆที่มาขวางทางไปสู่ความสำเร็จ
ผู้ที่ได้ คชเกสรีโยค ในดวงชะตา ยังจะเป็นผู้มีความประพฤติที่ดี จะเป็นผู้ที่กระทำการใดๆให้เป็นประโยชน์ต่อคนรุ่นหลัง เพื่อให้ชื่อของตัวเองเป็นที่จดจำไปอีกนานเท่านาน และมักจะได้รับโชคจากบุคคลเพศหญิง บางตำรายังบอกว่า จะเป็นผู้ที่มีอายุยืน ยกตัวอย่าง

25-03

ดวงชะตานี้เป็นของ ครูอาจินต์ ปัญจพรรค์ นักประพันธ์ชื่อดังของประเทศไทย ผลงานของท่านตลอดระยะเวลากว่า 50 ปี เป็นที่ประจักษ์ ที่เป็นที่รู้จักสำหรับคนรุ่นนี้ก็คือ นิยายเรื่อง “เหมืองแร่” ที่ได้รับการถ่ายทอดเป็นภาพยนตร์แล้ว
ลัคนาอยู่ราศีพิจิก ร่วมเสาร์(๗) และเกตุ(๙) จะเห็นว่า ที่ราศีมีนจะมีพฤหัส(๕)ที่เป็นเกษตรร่วมจันทร์(๒) ซึ่งเข้าตำราว่าได้ คชเกสรีโยค และ พฤหัส(๕)มีความเข้มแข็ง
ครูอาจินต์ ปัญจพรรค์ เป็นคนสุภาพอ่อนโยน มีความเมตตากรุณามาก โดยเฉพาะกับน้องๆ หรือ นักเขียนรุ่นหลังๆ จนเป็นเหตุให้พี่อาจินต์ทำนิตยสาร “ฟ้าเมืองไทย” “ฟ้าเมืองทอง” และ “ฟ้าอาชีพ” ซึ่งได้สร้างนักเขียนหน้าใหม่ๆขึ้นมาประดับวงการมากมาย
หลายคนได้กลายเป็นนักเขียนใหญ่เป็นที่รู้จักกันในปัจจุบันนี้
นอกจากนี้ ครูอาจินต์ ปัญจพรรค์ ได้ตั้งสำนักพิมพ์ “โอเลี้ยงห้าแก้ว” เพื่อพิมพ์พ๊อคเก็ตบุ๊คราคาเล่มละ 5 บาท เท่ากับราคาของโอเลี้ยง 5 แก้วในเวลานั้น เพื่อรวบรวมผลงานเขียนของนักเขียนชื่อดังในยุคนั้นเกือบทั้งหมด
เป็นสิ่งที่ครูอาจินต์ ปัญจพรรค์ ได้ทำงานเพื่อฝากเอาไว้ให้กับคนรุ่นหลัง และให้เป็นที่จดจำจารึกเอาไว้อีกนานแสนนาน เท่าที่คนไทยจะยังอ่านหนังสืออยู่
นอกจากนี้ ลีลาและชั้นเชิง ในการรังสรรค์ตัวหนังสือของ ครูอาจินต์ ปัญจพรรค์ ยังโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง จนทำให้นักเขียนรุ่นหลังๆจำนวนมากถือเป็นแบบอย่าง
รวมทั้งตัวผมเองด้วย
นอกจากนี้ ท่านยังมีผลงานเขียนบทละครทีวี และ แต่งเพลง เฉพาะที่รู้จักและคุ้นหูดีก็คือ “สวัสดีบางกอก” ที่ขึ้นต้นว่า “อย่าไปเลยบางกอก จะบอกให้”
วันนี้ในวัย 80 กว่า ครูอาจินต์ ปัญจพรรค์ ยังสามารถท่องกลอนหลายๆบทที่มีความไพเราะให้ฟังได้ในเดี๋ยวนั้น แสดงให้เห็นถึงความจำ และ สมองที่เป็นเลิศของท่าน
แม้ว่าครูอาจินต์ ปัญจพรรค์ จะสูญเสียมารดาตั้งแต่ท่านอายุยังน้อย แต่ท่านก็ได้รับการดูแลเอาใจใส่ ประคับประคอง อย่างดียิ่งจาก คุณชอุ่ม ปัญจพรรค์ พี่สาวแท้ๆของท่าน
จะเห็นว่า ชีวิตของท่านได้รับอิทธิพลของ “คชเกสรีโยค” อย่างเห็นได้ชัด ผลงานที่ท่านมีอยู่มากมายจนไม่อาจบรรยายได้หมด แต่ผมของสรุปความสั้นๆว่า
ท่านได้รับการยกย่องในความสามารถให้เป็นศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ ในปีพ.ศ. 2534 แค่นี้ก็ชัดเจนแล้ว
ขอขอบคุณครูอาจินต์ ปัญจพรรค์ มา ณ.ที่นี้ด้วยที่อนุญาตให้ผู้เขียนนำดวงชะตาของท่านมาแสดงในบทความนี้เพื่อเป็นดวงครูในการศึกษา
สำหรับท่านที่สนใจอยากทราบประวัติของครูอาจินต์ ปัญจพรรค์ สามารถค้นหาได้ใน เว็บกูเกิ้ล

4.มาลวยโยค (MALAVYA YOGA) โยคที่เกิดจากดาวศุกร์(๖)

ตำราท่านว่าไว้ ผู้ที่จะได้ “มาลวยโยค” จะต้องมีดาวศุกร์(๖) เข้มแข็ง คือ เป็นอุจจ์ หรือ เป็นเกษตร และ ต้องเป็นเกณฑ์ต่อลัคนา คือ ดาวศุกร์(๖) สถิตเป็น 1 , 4 , 7 , 10 ต่อลัคนา

25-04

ผู้ที่จะได้ “มาลวยโยค” ก่อนอื่นจะต้องมีดาวศุกร์(๖) สถิตใน 3 ราศีดังกล่าว คือ ดาวศุกร์(๖) เป็นเกษตร ที่ราศีพฤษภ หรือ ดาวศุกร์(๖) เป็นเกษตรที่ราศีตุลย์ หรือ ดาวศุกร์(๖) เป็นอุจจ์ ที่ราศีมีน
ทั้งสามตำแหน่งถือว่า ดาวศุกร์(๖)มีความเข้มแข็ง
จากนั้น เจ้าชะตาก็จะต้องมีลัคนาสถิตเป็นเกณฑ์ 1- 4 – 7 – 10 ต่อดาวศุกร์(๖) หมายความว่า ไม่ว่าศุกร์(๖) จะอยู่ราศีไหนก็ตาม ลัคนาจะต้องสถิตเป็นเกณฑ์กากะบาดต่อดาวศุกร์(๖) ด้วย
ผมขอยกตัวอย่างดาวศุกร์(๖)เป็นเกษตรที่ราศีพฤษภ ในกรณีนี้ หากลัคนาสถิตราศีสิงห์ , ราศีพิจิก , ราศีกุมภ์ หรือ แม้แต่ร่วมกับลัคนาในราศีพฤษภ ดวงชะตานั้นก็จะได้ “มาลวยโยค”
ดวงชะตาที่ได้ “มาลวยโยค” จะส่งผลต่อเจ้าชะตาอย่างไร
ตำราท่านว่าไว้ ผู้ที่ได้มาลวยโยค จะเป็นผู้สนใจในศิลปะ ชอบของสวยงาม ร้องรำทำเพลง เจ้าชู้ ศิลปิน นักแสดง หรือ เป็นพ่อค้า เครื่องประดับ

25-05

ดวงที่ผมนำมายกตัวอย่าง มาจากหนังสือโหราศาสตร์ไทยชั้นสูง โดย อาจารย์สิงโต สุริยาอารักษ์ เป็นดวงชะตาของ แจ๊กเกอลีน เคนเนดี(JACQUELINE KENNEDY ) อดีตสตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐอเมริกา ภริยาของประธานาธิบดี จอห์น เอฟ เคนเนดี้ ประธานาธิบดีคนที่ 35 ซึ่งถูกลอบสังหารเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2506
จะเห็นว่าลัคนาอยู่ราศีสิงห์ ศุกร์(๖)ซึ่งอยู่ราศีพฤษภ เป็นเกษตร มีความเข้มแข็ง ดาวศุกร์(๖) สถิตเป็นเกณฑ์ 10 ต่อลัคน์
ในวิกิพีเดีย เขียนถึง แจ๊กเกอร์ลีน เคนเนดี เอาไว้ว่า
“เธอเรียนเต้นบัลเล่ต์ตั้งแต่เยาว์วัย ในช่วงที่เธอยังเป็นสตรีหมายเลขหนึ่ง เธอมักเชิญพวกศิลปิน , นักเขียน , กวี , นักวิทยาศาสตร์ และ นักดนตรี มาที่ทำเนียบขาว เพื่อพูดคุยสนทนากับพวกนักการเมือง นักการทูต และ ผู้นำของประเทศ อาจเป็นเพราะเธอมีความสามารถในการสร้างความบันเทิงให้แก่ผู้อื่น ”
นอกจากนี้ วิกิพีเดีย ยังบันทึกว่า
“ ทันทีที่ แจ๊กเกอร์ลีน เคนเนดี รับตำแหน่งสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง เธอก็เริ่มโครงการแรกของเธอด้วยการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงทำเนียบขาวทันที”
บั้นปลายของชีวิตของเธอ เธอทำงานเป็นบรรณาธิการหนังสือ ในสำนักพิมพ์ ไวกิ้ง และ ยังอุทิศตนในการอนุรักษ์งานศิลปะ และ อาคารที่มีคุณค่าทางสถาปัตยกรรมอีกด้วย”
ตรงตามคุณสมบัติของ “มาลวยโยค” ทุกประการ

5.สาสะโยค (SHASA YOGA) โยคที่เกิดจากดาวเสาร์(๗)

ตำราท่านว่าไว้ ผู้ที่จะได้ “สาสะโยค” จะต้องมีดาวเสาร์(๗) ที่เข้มแข็ง เป็นอุจจ์ หรือ เป็นเกษตร และ ต้องเป็นเกณฑ์ต่อลัคนา คือสถิตเป็น 1 , 4 , 7 , 10 ต่อลัคนา
ผู้ที่จะได้ “สาสะโยค” ก่อนอื่นจะต้องมีดาวเสาร์(๗) อยู่ใน 3 ราศี คือ ราศีมังกร , ราศีกุมภ์ หรือ ราศีตุลย์ เพราะเสาร์(๗) ในราศีมังกร และ ราศีกุมภ์ จะได้ตำแหน่งเป็นเกษตร เสาร์(๗) ในราศีตุลย์จะได้ตำแหน่งอุจจ์
ทั้งสามตำแหน่งถือว่า เสาร์(๗)มีความเข้มแข็ง
ในที่นี้ ผมจะไม่พูดถึงเงื่อนไขอื่นๆที่จะทำให้อุจจ์เข้มแข็ง หรือ อ่อนแอ ตามหลักวิชาโหราศาสตร์ภารตะ เพราะจะเป็นเรื่องที่ซับซ้อนเกินไป

25-06

ผมขอยกตัวอย่างเสาร์(๗)ที่เป็นเกษตรที่ราศีมังกร หากลัคนาอยู่ในราศีเมษ , ราศีกรกฎ , ราศีตุลย์ และแม้กระทั่งร่วมกับเสาร์(๗)ในราศีมังกร ก็จะทำให้ ลัคนาเป็นเกณฑ์ 1-4-7-10 กับดาวเสาร์(๗)ในราศีมังกร
หากเสาร์(๗) อยู่ในราศีกุมภ์ หรือ ราศีตุลย์ ก็พิจารณาแบบเดียวกัน
แล้วผู้ที่ได้ “สาสะโยค” จะให้คุณแก่ดวงชะตาอย่างไร
ตำราท่านว่าไว้ ผู้ที่ได้ “สาสะโยค” จะได้เป็นใหญ่ในถิ่นเกิด ตั้งแต่กำนันผู้ใหญ่บ้าน อบต. สจ. จนกระทั่งเป็นส.ส. จะเป็นคนจิตใจร้าย เป็นศัตรูที่น่าอันตราย ใครเป็นศัตรูกับคนที่มี “สาสะโยค” ต้องระวังตัวให้ดี แต่เขาจะเป็นคนรักลูกน้องมาก ดังตัวอย่างข้างล่าง

25-07

ดวงชะตานี้ ผมขัดลอกมาจากหนังสือ โหราศาสตร์ไทยชั้นสูง โดย อาจารย์สิงโต สุริยาอารักษ์ เป็นดวงชะตาของ ท่านเซอร์วินสตัน เชอร์ชิลล์(WINSTON CHURCHILL) อดีตนายกรัฐมนตรีของอังกฤษในช่วงปีค.ศ. 1940-1945 ซึ่งตรงกับสมัยของสงครามโลกครั้งที่ 2 พอดี
ท่านผู้อ่านอาจจะนึกภาพของท่านเชอร์ชิลล์ ไม่ออก ผมจึงขอนำเรื่องราวของท่านมานำเสนอ เพื่อจะได้เห็นอิทธิพลของ “สาสะโยค”ได้ชัดเจนขึ้น อาจไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับเรื่องโหราศาสตร์นัก แต่เป็นเรื่องของประวัติศาสตร์เพื่อสนับสนุนแนวคิดทางโหราศาสตร์
สงครามโลกครั้งที่ 2 ระเบิดขึ้นในปีค.ศ.1939 ด้วยการบุกยึดโปแลนด์ของกองทัพนาซีเยอรมัน ภายใต้การนำของฮิตเลอร์ ฝรั่งเศสได้จับมือกับอังกฤษเพื่อต่อต้านเยอรมัน แต่ก็เป็นการร่วมมือแบบหน่อมแน้ม แทบจะไม่มีปฎิบัติการใดๆที่เป็นรูปธรรมเลย
ขณะนั้น เชอร์ชิลล์ มีตำแหน่งเพียงสมาชิกวุฒิสภาเท่านั้น และไม่ค่อยมีผู้ให้การสนับสนุนเขาเท่าไหร่นัก แต่ทันทีที่สงครามระเบิดขึ้น เชอร์ชิลล์ ก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกของคณะรัฐมนตรีสงคราม
เชอร์ชิลล์ แนะนำให้รัฐบาลอังกฤษซึ่งขณะนั้นมีลอร์ด ฮาลิเฟ็กซ์(LORD HALIFEX) เป็นนายกรัฐมนตรี ให้รีบยึดประเทศนอร์เวย์ ที่ประกาศตัวเป็นกลางเสียก่อน แต่รัฐบาลก็ทำโอ้เอ้
ในที่สุด เยอรมันก็บุกเข้ายึดนอร์เวย์ ตามมาด้วยการบุกโจมตีฝรั่งเศส เบลเยี่ยม และ เนเธอร์แลนด์ อย่างสายฟ้าแลบ
นายกรัฐมนตรีฮาลิเฟ็กซ์ ประกาศลาออก เชอร์ชิลล์ ได้รับการแต่งตั้งจากกษัตริย์จอร์จ ที่ 6(GEORGE VI) แห่งอังกฤษ ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแทน ทั้งนี้ด้วยการสนับสนุนจากหลายฝ่าย
วันที่เชอร์ชิลล์ เข้าดำรงตำแหน่ง เขาประกาศต่อรัฐสภาว่า
“ข้าพเจ้าไม่มีอะไรจะเสนอให้ท่าน นอกจากเลือด ชีวิตที่ลำบากยากแค้น น้ำตา และ หยาดเหงื่อ” (I HAVE NOTHING TO OFFER BUT BLOOD , TOIL , TEARS AND SWEAT)
หลังจากเชอร์ชิลล์ เข้าดำรงนายกรัฐมนตรีเพียง 10 วัน เยอรมันก็เคลื่อนทัพมาถึง เมืองท่าคาเล่ส์(CALAIS) ของฝรั่งเศสตรงช่องแคบโดเวอร์(DOVER) ซึ่งแยกอังกฤษออกจากฝรั่งเศสด้วยทะเลที่กว้างเพียง 50 กิโลเมตรเศษเท่านั้น เตรียมพร้อมที่จะข้ามทะเลบุกโจมตีอังกฤษ
อังกฤษ ถูก เครื่องบินของเยอรมันทิ้งระเบิดเสียหายอย่างย่อยยับ โดยเฉพาะ ที่ลอนดอน
แม้ชาวอังกฤษส่วนใหญ่จะไม่เชื่อว่า อังกฤษจะชนะสงครามครั้งนี้ แต่เชอร์ชิลล์ ก็ยังเดินหน้าต่อสู้ต่อไป คำพูดปลุกใจของเขาตอนหนึ่งบอกว่า
“เราจะไปรบในฝรั่งเศส เราจะรบในทะเล และ ในมหาสมุทร เราจะรบด้วยความมั่นใจที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และ กำลังรบทางอากาศที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เราจะปกป้องเกาะอังกฤษของเราไม่ว่าจะสูญเสียเลือดเนื้อสักเท่าไหร่ก็ตาม”
ท่านพูดต่อว่า
“เราจะรบที่ชายหาดทุกหาด เราจะรบบนพื้นที่ทุกพื้นที่ที่ข้าศึกเหยียบย่างเท้าเข้ามา เราจะรบในทุกทุ่งหญ้า และ ทุกถนน เราจะรบบนทุกเนินเขา และ เราจะไม่มีวันยอมแพ้เป็นอันขาด”
และพูดต่อว่า
“ขอให้เราทุกคนเตรียมพร้อมที่จะทำหน้าที่ที่แสนจะเหนื่อยยากลำบากครั้งนี้ และอดทนอย่างที่สุด เพื่อว่า หากอาณาจักรบริเทน และ สหพันธแห่งคอมมอนเวลธ์ จะมีอายุยืนยาวไปอีกหลายพันปี วันนั้น ลูกหลานของเราก็จะยังคงพูดถึงพวกเราว่า
นี่คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดของพวกเรา”
เชอร์ชิลล์ ยืนหยัดต่อสู้กับกองทัพนาซีอย่างๆไม่ย่อท้อ จนในที่สุด พันธมิตรเป็นฝ่ายได้ชัยชนะเหนือกองทัพนาซี
ชาวโลกยังคงจำภาพของ ท่านเซอร์วิลสตัน เชอร์ชิลล์ ที่ยกมือชูสองนิ้ว เป็นรูปตัว V เป็นการให้กำลังใจแก่ประชาชนชาวอังกฤษว่า
“เราจะชนะ”
นี่คือผู้มีดวงชะตาได้ “สาสะโยค” ครับ

25-08

Leave a Reply

  

  

  

You can use these HTML tags

<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>